รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอ  BAM พลิกโฉมจาก “Bad Bank” สู่“โรงพยาบาลแก้หนี้”

27 กุมภาพันธ์ 2569
รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอ  BAM พลิกโฉมจาก “Bad Bank” สู่“โรงพยาบาลแก้หนี้”
Article image

“BAM ไม่ได้มีไว้ยึดบ้านคนจน แต่มีไว้พาคนกลับไปเกิดใหม่ในระบบการเงิน” 

เมื่อพูดถึงบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า Bad Bank ภาพจำของสังคมมักไม่ต่างกันนัก โทรทวงหนี้ ดำเนินคดี ยึดบ้าน ยึดโรงงาน และเมื่อใดที่ลูกหนี้จ่ายไม่ไหว เมื่อนั้น “ทรัพย์ก็หลุดมือ” ผมเข้าใจภาพนั้นดี เพราะมันคือสิ่งที่สังคมคุ้นตา และฝังอยู่ในความทรงจำมายาวนาน     คำว่า “บริหารหนี้เสีย” จึงฟังดูแข็งกระด้าง ราวกับเป็นกระบวนการที่มีไว้เพียงเพื่อปิดบัญชี มากกว่าจะเปิดโอกาส แต่หากถามว่า ภาพไหนคือภาพที่ผมอยากให้สังคมเห็นจริง ๆ คำตอบของผมคือ เราคือ “โรงพยาบาลแก้หนี้” ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่นี่ไม่ใช่เพียงแหล่งรวมทรัพย์ NPAs ที่หยุดนิ่ง แต่คือพื้นที่ที่ “คนป่วยทางการเงิน” ได้เข้ามารักษา ได้เจรจาอย่างเข้าใจ ได้ฟื้นตัวอย่างมีระบบ และได้กลับไปใช้ชีวิตต่อในระบบเศรษฐกิจอย่างมีศักดิ์ศรีอีกครั้ง เพราะเป้าหมายของเรา ไม่ใช่แค่การจัดการตัวเลขในงบดุล แต่คือการพาคนกลับมายืนได้อย่างยั่งยืน ในวันที่เขาพร้อมเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

พลิกมุมคิด : ลูกหนี้ ไม่ใช่เหยื่อ แต่เป็น “ลูกค้า”

            บ่อยครั้งที่ผมเห็นพาดหัวข่าวแล้วต้องหยุดอ่าน “AMC ยึดทรัพย์คนจน” “คนจนถูกยึดบ้าน”  ผมอยากชวนสังคมลองคิดกลับมุมดูอีกสักครั้ง สิ่งที่ BAM ทำ ไม่ใช่การกักเก็บทรัพย์ NPA ไว้เฉย ๆ แต่คือการนำทรัพย์ที่ไปต่อไม่ได้ในระบบเดิม กลับมาทำให้ “ไปต่อได้” ในระบบใหม่ ผ่านการขายต่อให้คนรายได้น้อยหรือคนที่เข้าไม่ถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้สิ่งที่เราเรียกว่า “โครงการทรัพย์มหาชน” เราพลิกบทบาทจาก “ผู้ถือครองทรัพย์ที่ไม่เคลื่อนไหว” มาเป็น “ผู้เปิดโอกาส”

            จากเดิมที่คนจนมักถูกมองว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบ วันนี้คนกลุ่มเดียวกันนี้ กลับกลายเป็น “ลูกค้า” ของ BAM เป็นคนที่มีโอกาสเข้าถึงทรัพย์ เข้าถึงที่อยู่อาศัย และเข้าถึงจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ นี่คือ Business Model ที่ผมอยากให้สังคมได้รู้จัก และอยากให้เข้าใจว่า คำว่า Bad Bank หรือ AMC ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือกลไกที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจริง ของผู้คนจำนวนมากในสังคมไทย

“รหัสลูกหนี้ใหม่” ประตูสู่ชีวิตทางการเงินอีกครั้ง

            หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า เมื่อใครคนหนึ่งเคยสะดุดทางการเงินแม้วันหนึ่งจะจัดการหนี้ทั้งหมดได้แล้ว เส้นทางกลับเข้าสู่ระบบ ก็ไม่ได้เปิดกว้างอย่างที่คิด ชีวิตทางการเงินจึงเหมือนเดินวนอยู่ที่เดิม พยายามเท่าไร ก็ยังไปต่อไม่ได้ คล้ายกับการยืนอยู่ก้นบ่อ ที่มองเห็นแสงอยู่ไกล ๆ แต่ยังไม่รู้จะก้าวขึ้นไปอย่างไร ตรงจุดเล็ก ๆ นี้เองที่ BAM ค่อย ๆ เข้ามาทำหน้าที่เป็น “ตัวกรองของระบบ” ด้วยความเข้าใจว่า ทุกคนควรมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ เมื่อผู้ที่เป็นหนี้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้กับ BAM และตั้งใจดูแลภาระของตนเองอย่างต่อเนื่อง ผ่อนชำระได้ตามเงื่อนไขครบ เช่น 12 งวด BAM พยายามจะผลักดันให้เขาได้รับ “รหัสลูกหนี้ใหม่” รหัสนี้อาจเป็นเพียงตัวเลขในระบบ แต่สำหรับใครบางคน มันคือความเชื่อมั่น คือสัญญาณเล็ก ๆ ที่บอกว่า “คุณพร้อมจะเริ่มต้นอีกครั้งแล้ว” และเป็นสะพานที่ช่วยพาเขา กลับเข้าสู่ระบบสถาบันการเงิน อย่างค่อยเป็นค่อยไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่สถาบันการเงินจำนวนมาก เลือกเดินร่วมทางกับ BAM เพราะลูกหนี้ของ BAM คือคนที่ผ่านการเรียนรู้ ฟื้นวินัยทางการเงิน และค่อย ๆ กลับมายืนได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง 

นรกสามล้านล้าน กับท้าวเวสสุวรรณชื่อ BAM 

ผมเคยอนุมานเปรียบเทียบกองหนี้ NPL ว่าเป็นเสมือน “นรกทางการเงิน” ไม่ใช่นรกที่ลุกโชนด้วยไฟ หากลึกด้วยตัวเลข ซึ่งประเมินตามเกณฑ์สิทธิ์แล้วมีมูลค่าราวสามล้านล้านบาท และในจำนวนนั้น BAM ดูแลอยู่เกือบหนึ่งจุดหกล้านล้านบาท หากมองในเชิงภาพ หลายคนอาจเห็นบทบาทของเรา คล้ายผู้ดูแลประตูแห่งพื้นที่เปราะบางของระบบการเงิน “ท้าวเวสสุวรรณ” ผู้ยืนเฝ้าประตูนรก คอยควบคุม ดูแล และจัดระเบียบ ขณะที่อีกฟากหนึ่งของระบบการเงินไทย คือ “สวรรค์” ที่กว้างใหญ่กว่าอย่างเทียบกันไม่ติด พื้นที่สินเชื่อดี ลูกหนี้ชั้นดี ที่ระบบโอบรับอย่างเต็มใจ ซึ่งมีขนาดใหญ่ถึงยี่สิบสามล้านล้านบาท แต่ในมุมกลับกัน บทบาทของ BAM ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงผู้เฝ้านรก เพราะภารกิจที่แท้จริง ไม่ใช่การกักขัง ไม่ใช่การหน่วงเหนี่ยวและไม่ใช่การยึดทรัพย์เพื่อจบเรื่อง สิ่งที่เราพยายามทำ คือเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ จากองค์กรที่ดูหดหู่และแข็งกระด้างให้กลายเป็นผู้ประคองและหาทางออก เพื่อให้คนที่ “ตกลงไปในนรกทางการเงิน” กลับขึ้นมาเร็วที่สุด BAM ในยุคนี้ พยายามผลักดันแนวคิดเรื่อง “รหัสใหม่” ให้ทั้งลูกหนี้รายบุคคล และกำลังขยายไปสู่ลูกหนี้ธุรกิจ เพื่อให้การกลับเข้าสู่ระบบ ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม  เพราะภารกิจของเราไม่ใช่การเฝ้านรก แต่คือการเปิดประตูให้คนที่พลาด… ได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ในระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน

รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอ  BAM พลิกโฉมจาก “Bad Bank” สู่“โรงพยาบาลแก้หนี้” | BAM